LIFESTYLE

25 ดาวร้ายในตำนานเวิลด์ คัพ (1)

Date: 2014-08-30 13:29:17

ฉากฟุตบอลโลก 2014 ถูกช้อยเก็บไปเรียบร้อย ท่ามกลางความสุขสมอารมณ์หมายและผิดหวังพังทลาย ไปตามประสา เราเลยขอเอาเรื่องราวของวายร้ายในพงศาวดารเวิลด์คัพว่า มีโฉมหน้าเป็นอย่างไร...

 25 ดาวร้ายในตำนานเวิลด์ คัพ (1)

Words : ZOO weekly
Photos : GettyImages, www.retrocatch.com, www.eurosport.fr, www.whoateallthepies.tv


25. มาริโอ บาโลเตลลี่ (อิตาลี)

โชว์ความเกรียนในบอลโลกคาบนี้ด้วยการกระโดดถีบสองเท้าใส่ คริสเตียน โรดิเกซ กองกลางอุรุกวัยในรอบแบ่งกลุ่ม จนโดนใบเหลืองที่สองตะเพิดออกจากสนาม ส่งผลสะเทือนให้ทีมกระเด็นหลุดจากเส้นทางแค่รอบแรกเท่านั้น พฤติกรรมของ "ซูเปอร์มาริโอ" ไม่เคยเปลี่ยน ซึ่งความจริงมันควรเรีบกว่าสันดานมากกว่า ก่อนจะทำให้ เซซาเร่ ปรันเดลลี่ อับอายชาวประชา ถึงขนาดลาออกจากเก้าอี้เทรนเนอร์ทันที หลังจบทัวร์นาเม้นต์


24. มาร์เชโล่ (บราซิล)
ถูกจัดให้อยู่ในโหมดจอมวายร้ายไปอีกสำหรับแบ็กซ้ายบราซิลรายนี้ นอกจากฟอร์มจะมหาห่วยกลายเป็นบ่อน้ำมันของแซมบ้า จนต้องมีการปรับเปลี่ยนในตำแหน่งนี้แล้ว ยังโชว์ลีลามารยาพุ่งล้มอีกต่างหาก ทุกครั้งที่ได้บอลปรี่เข้าในเขตโทษ มาร์เชโล่ จะพยายามโผเป็นนกร่อนทันที ทำเองชาวบ้านต่างเอือมระอาไปตามๆ กัน เพราะถ้าเล่นดีแล้วมีตุกติกบ้างไม่เท่าไร แต่นี่มันเห่ยไปซะทุกอย่าง


23. ไนเจล เดยองก์ (ฮอลแลนด์)
ไม่มีใครลืมท่าโดดถีบยอดอกของแข้งดัตช์เลือดเดือดรายนี้ในนัดชิงบอลโลกเมื่อ 4 ปีก่อนแน่ เหยื่อคือ ชาบี อลอนโซ่ มิดฟิลด์สเปนที่โดนเข้าไปเต็มๆ จนตัวแอ่นลอยร่วงไปกองกับพื้น แต่ ฮาวเวิร์ด เว็บบ์ เชิ้ตดำอังกฤษกลับแจกแค่ใบเหลืองเท่านั้น แม้ เด ยองก์ จะโดนไล่ออกในภายหลัง แต่ว่ากันว่าเขาควรโดนลงโทษจากรณีอย่างนี้สัก 3 ใบแดงด้วยซ้ำ


22. ครอบครัวซง (แคเมอรูน)
ทั้ง ริโกแบร์ และ อเล็กซ์ ซง ไม่น่าจะมาข้องเกี่ยวกับเรื่องอย่างนี้ แต่เมื่อย้อนปูมหลังดูกัน ริโกแบร์ ที่มีศักดิ์เป็นลุงโดนไล่ออกในบอลโลกถึง 2 สมัยคือ 1994 และ 1998 ในขณะที่หลานนั้นเกิดขึ้นครั้งล่าสุดนั่นเอง เมื่อเจ้าตัวจงใจใช้ศอกกระแทกหลัง มาริโอ มานด์ซูคิช ทำให้เขาโดนไล่ออกทันทีไม่มีข้อโต้แย้ง ซึ่งคงไม่น่าจะเป็นที่จดจำนักของวงตระกูลซง


21.คริสเตียโน่ โรนัลโด้ (โปรตุเกส)
เรื่องนี้เกิดขึ้นในบอลโลก 2006 อังกฤษดวลกับโปรตุเกสรอบน็อกเอาท์ นาทีที่ 62 ขณะที่ เวย์น รูนี่ย์ โดน ริคาร์โด้ คาร์วัลโญ่ กองหลังฝอยทองตามพัวพัน ก่อนจะเบียดกันล้มแล้วแถมย่ำไปที่กล่องดวงใจหนึ่งป้าบเข้าให้นั้น ฉับพลัน โรนัลโด้ ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมทีมผีแดงของ รูนี่ย์ ก็บึ่งเข้ามาหาผู้ตัดสินทันที ฟ้องโวบวายใหญ่โต ก่อนเจ้าหมูอ้วนจะโดนใบแดงไล่ออก แต่ช็อตเด็ดอยู่ที่การหันมาขยิบตาของเจ๊ตโด้ที่กล้องจับได้ชัดเจน


20. สลาเวน บิลลิช (โครเอเชีย)
รอบตัดเชือกปี 1998 ระหว่างที่ฝรั่งเศสกลับมาแซงนำโครเอเชีย 2-1 นั้น พวกเขายังได้ฟรีคิกตรงริมกรอบเขตโทษด้านซ้าย ก่อน ซีเนดีน ซีดาน บรรจงเปิดไปจากนั้น สลาเวน บิลิช กองหลังโครแอตที่ประกอบ โลร็องต์ บลองก์ อยู่ก็ล้มลงเอามือกุมหน้า ผลคือ บลองก์ โดนใบแดง จากภาพช้าเห็นว่าเขาโดนดึงก่อนเอามือผลัก บิลิช เบาๆ เท่านั้น ซึ่งผู้ตัดสินไม่ทันการแสดงของ บิลิช ที่เนียนมากๆ แต่สุดท้ายตราไก่ก็เข้าไปชิงและคว้าแชมป์ในที่สุด


19. ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ (อาร์เจนตินา)
บอลโลกปี 1998 ในรอบสอง จังหวะที่ เดวิด เบ็คแฮม โดนกระแทกล้มลงแล้วเอาขาไปขวาง ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ ซึ่งเป็นคนทำฟาวล์ เหมือนเป็นการเอาคืน แต่ไม่ได้เจ็บอะไรนัก จากนั้นกองกลางอาร์เจนไตน์ ซึ่งปัจจุบันเป็นกุนซือที่พาแอต.มาดริดยิ่งใหญ่ก็ฟ้องผู้ตัดสินทันที สุดท้ายหนุ่มเบ็คส์โดนไล่ออก ทั้งที่ไม่มีอะไรร้ายแรง เพียงแต่เก๋าไม่พอเท่านั้นเอง


18. โดโบรเมียร์ เซเชฟ (บัลแกเรีย)
ปี 1966 ในรอบแบ่งกลุ่มบราซิลเหนือกว่าบัลแกเรียหลายขุม ก่อนจะคว้าชัยไป 2-0 ตามคาด อย่างไรก็ตามพวกเขาต้องสังเวย เปเล่ ดาวดังในเวลานั้น เมื่อโดน เซเชฟ เล่นงานซะจนอ่วมบาดเจ็บเล่นในรอบสองไม่ได้และชวดแชมป์อย่างน่าเสียดาย


17. เจอร์เก้น คลิ้นส์มันน์ (เยอรมันตะวันตก)
เกมชิงดำปี 1990 ระหว่างอาร์เจนตินากับเยอรมันนั้น ดุเดือดอย่างมาก แต่เป็นอินทรีเหล้กที่เหนือกว่าโหมลุยหนัก คลิ้นซี่ กระชากบอลมาจากทางด้านขวาก่อนจะแตะอ้อม เปโดร มอนซอน กองหลังฟ้าขาว แล้วสิ่งที่ไม่คาดคิดคือจู่ๆ พี่หลามก็ดีดตัวเหินฟ้าลงไปนอนกองกับพื้น ทั้งที่ มอนซอน แทบไม่ได้โดนตัวอะไรนัก แต่โดนใบแดงไป ส่งให้เยอรมันครองแชมป์ตามระเบียบ


16. อันโตนิโอ รัตติน (อาร์เจนตินา)
จัดเป็นจอมยั่วยุ ไซโคอย่างแท้จริงสำหรับ รัตติน เกมที่อาร์เจนตินาดวลดับอังกฤษในแปี 1960 จึงเต็มไปด้วยความระอุยิ่งนัก มีการกระทบกระทั่ง เกมต้องหยุดตลอดเวลา ซึ่งคนที่ป่วนคือ รัตติน นี่แหละ หลังจบเกมผู้เล่นทั้งสองแทบไม่จับมือหรือแลกเสื้อกัน เพราะมันเดือดเกินกว่าจะรับได้ ก่อนสิงโตคำรามคว้าชัยไป


15. เธียร์รี่ อองรี (ฝรั่งเศส)
หลายคนยังจำได้รอบเพลย์ออฟโซนยุโรปที่ฝรั่งเศสดวลกับไอแลนด์ชิงตั๋วไปเล่นบอลโลก 2010 ปราฏกว่าเสมอกันอยู่ 1-1 ในสกอร์รวม 2 นัด และช่วงท้ายตราไก่ได้ฟรีคิก บอลยาวเปิดมาในเขตโทษ นอกจาก อองรี จะยืนล้ำหน้าแล้วเขายังใช้มือช่วยปัดหนึ่งจังหวะอย่างรวดเร็ว ก่อนเปิดให้ วิลเลี่ยม กัลลาส โขกเผาขนเข้าไป พาทีมเข้ารอบแบบท่ามกลางเสียงก่นด่าสารพัด


14. เคลาดิโอ เจนติเล่ (อิตาลี)
เบื้องหลังที่ทำให้อิตาลีพลิกคว้าแชมป์โลกในปี 1982 คือ เจนติเล่ ขาโหดรายนี้แหละ ที่พี่เค้าไล่หวดดะสตาร์ดังทุกคนที่ต้องเผชิญหน้ากัน ตั้งแต่ ดีเอโก้ มาราโดน่า ในวัยขบเผาะ, ซิโก้ ดาวเด่นแซมบ้า และ คาร์ลไฮนซ์ รุมเมนิกเก้ หอกเบียร์ ทำเอาทุกคนน่วมจนโชว์ฟอร์มไม่ออก ได้บอลทีไรเห็นเงา เจนติเล่ ต้องโดดเหยงทันที


13. นิโกล่าส์ อเนลก้า (ฝรั่งเศส)
แคมป์ตราไก่ปั่นป่วนอย่างมากในปี 2010 โดยเฉพาะ นิโก้ อเนลก้า ที่ออกมาวิจารณ์แท็คติกของ เรย์ม็อง โดเมอเน็ค กุนซือในเวลานั้นอย่างสาดเสียเทเสีย ก่อนจะโดนไล่กลับบ้านทันทีและแน่นอนปัญหาภายในทีมส่งผลให้ฝรั่งเศสตกต่ำอย่างมาก แทบจะกู่ไม่กลับกันเลยทีเดียว
 

(อีก 12 อันดับที่เหลือ...โปรดติดตาม)

UPDATE