AUTOS

นิสสัน อีโค คาร์ พาท่องเที่ยวไทย ด้วยใจอนุรักษ์ ปีที่ 3 ตอนเช็คอิน ฟินทุกทริป

Date: 2014-02-11 12:22:50

คาราวานปันความสุข ‘นิสสัน อีโค คาร์’ พาสัมผัสมนต์เสน่ห์สังขละบุรี พร้อมส่งมอบอุปกรณ์การเรียนและกีฬาตามโครงการ ‘นิสสัน ปันความรู้...อยู่คู่ธรรมชาติ’ แก่นักเรียน รร.วัดวังก์วิเวการา

นิสสัน อีโค คาร์ พาท่องเที่ยวไทย ด้วยใจอนุรักษ์ ปีที่ 3 ตอนเช็คอิน ฟินทุกทริป

บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำด้านรถยนต์ประหยัดพลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) นำขบวนคาราวานลูกค้านิสสัน อีโค คาร์ ทั้ง นิสสัน มาร์ช และ นิสสัน อัลเมร่า พร้อมด้วยสื่อมวลชน รวมทั้งสิ้นกว่า 140 คน ร่วมกิจกรรมแอดเวนเจอร์เชื่อมสามัคคีในค่ายสุรสีห์ ล่องแม่น้ำสามประสบ สัมผัสวิถีชีวิตชาวไทย-มอญ ณ อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี และปันความสุขสู่น้องๆ โรงเรียนวัดวังก์วิเวการาม ในโครงการนิสสัน อีโค คาร์ พาท่องเที่ยวไทย ด้วยใจอนุรักษ์ ปีที่ 3 ตอนเช็คอิน ฟินทุกทริป

คาราวานเริ่มต้นกันที่โชว์รูมนิสสัน ‘สี่เสียงราชบุรี มอเตอร์’ โดยมีลูกค้านิสสัน มาร์ช และนิสสัน อัลเมร่า มากกว่า 50 คัน เดินทางมาเตรียมความพร้อมภายในโชว์รูมสี่เสียงราชบุรี มอเตอร์ตั้งแต่เช้าตรู่ โดยได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากนายจิระพล รุจิวิพัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานการตลาด บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด และนายวัศพล ไกรสิงเดชา เจ้าของโชว์รูม ซึ่งบริหารงานด้วยตนเองในฐานะผู้จัดการฝ่ายขาย บริษัท สี่เสียงราชบุรี มอเตอร์ จำกัด

นายจิระพล รุจิวิพัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานการตลาด บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า “นิสสัน ในฐานะผู้นำตลาดรถอีโคคาร์ที่ประหยัดพลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ขอขอบคุณในความไว้วางใจที่ได้รับจากลูกค้ามาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ครอบครัวอีโคคาร์ของนิสสันใหญ่ขึ้น และมีสมาชิกมากกว่า 200,000 ครอบครัวในปัจจุบัน ตลอดระยะเวลากว่า 3 ปีที่ผ่านมา นิสสันได้จับมือกับผู้จำหน่ายและลูกค้านิสสันอีโคคาร์ทั่วไทย ร่วมสานต่อกิจกรรมเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม พร้อมปลูกใจใฝ่เรียนรู้ให้แก่เยาวชนมากับโครงการ ‘นิสสัน อีโค คาร์ พาท่องเที่ยวไทย ด้วยใจอนุรักษ์’ ร่วมส่งเสริมการท่องเที่ยวไทยอย่างยั่งยืน ด้วย 10 เส้นทางที่หลากหลายและกิจกรรมเปิดโลกเปิดใจ เป็นการหลอมรวมจิตสำนึกแห่งการเป็นผู้ให้ในทุกระดับ เริ่มต้นจากองค์กรนิสสัน ผสานความร่วมมือสู่ดีลเลอร์ และลูกค้าของเรา โดยมุ่งยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนบนทุกเส้นทางที่เราเข้าไปถึง”

จุดหมายแรกของการเดินทางคือ ค่ายสุรสีห์หรือกองพลทหารราบที่ 9 ตำบลลาดหญ้า อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี ภายใต้บรรยากาศร่มรื่นแบบวิถีไทยท่ามกลางธรรมชาติใกล้แม่น้ำแคว ขบวนคาราวานได้มีโอกาสสัมผัสกับกิจกรรมแอดเวนเจอร์สุดท้าทายหลากหลายรูปแบบ เช่น กิจกรรมวอล์คแรลลี่ โรยตัวข้ามลำน้ำ ฯลฯ โดยมีครูฝึกเป็นผู้ดูแลพร้อมให้คำแนะนำตลอด

 จากนั้นขบวนคาราวานก็เดินทางไปอร่อยกับมื้อกลางวันที่ครัวผักหวานบ้าน ช่วงบ่ายมุ่งหน้าต่อไปยังโรงเรียนวัดวังก์วิเวการาม ระหว่างการเดินทางสังเกตุได้ว่าเข็มน้ำมันของนิสสัน มาร์ช และอัลเมร่า ยังอยู่ในระดับสูงเกินคาด แสดงถึงศักยภาพความประหยัดน้ำมันอันเยี่ยมยอดของรถยนต์ทั้ง 2 รุ่น

 ณ โรงเรียนวัดวังก์วิเวการาม หมู่ที่ 2 บ้านวังกะ ตำบลหนองลู อำเภอสังขละบุรี กาญจนบุรี ชาวคาราวานได้มอบหนังสือ ชั้นวางหนังสือ อุปกรณ์การเรียนการสอน และอุปกรณ์กีฬา ให้กับน้องๆ วัยอนุบาลถึงมัธยมต้น ซึ่งมีเชื้อสายไทย-มอญ ภายใต้โครงการ “นิสสัน ปันความรู้...อยู่คู่ธรรมชาติ” ซึ่งนำรายได้จากการเข้าร่วมกิจกรรมนิสสัน อีโค คาร์ คาราวาน โดยไม่หักค่าใช้จ่ายใดๆ มาจัดซื้อสิ่งของจำเป็นสำหรับการเรียนรู้ของเยาวชน สนับสนุนให้เด็กๆ มีพัฒนาการที่ดีทั้งในเชิงวิชาการ สุขอนามัย และปลูกใจใฝ่รู้ ตามแนวทางพันธกิจของนิสสันทั่วโลกที่มุ่งยกระดับชีวิตของผู้คน เพื่อสังคมไทยเติบโตยั่งยืน ทั้งในด้านสิ่งแวดล้อม ความปลอดภัย สังคม และการศึกษา

นายนรา สุขวิสิฏฐ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดวังก์วิเวการาม เล่าว่า “โรงเรียนวัดวังก์วิเวการาม เป็นโรงเรียน 2 ภาษา มีการเรียนการสอนด้วยภาษาไทยและภาษามอญควบคู่กันไป เนื่องจากภาษามอญเป็นภาษาแม่ของเด็กๆ ในชุมชนแถบนี้ ครูผู้สอนจึงต้องจัดทำสื่อการเรียนรู้ทั้ง 2 ภาษาขึ้นเอง ครุภัณฑ์ที่ได้รับจากคาราวานนิสสันในวันนี้จึงมีประโยชน์เป็นอย่างมากในการต่อยอดการศึกษาของนักเรียนมากกว่า 1,100 คน ช่วยให้เด็กก้าวพ้นความแตกต่างทางวัฒนธรรมอันแตกต่างที่มีอยู่หลากหลาย พร้อมกับเป็นคลังความรู้ของครูอาจารย์และชุมชนใกล้เคียง”

หลังจากเยี่ยมเยียนโรงเรียนวัดวังก์วิเวการามเพื่อมอบหนังสือและอุปกรณ์การเรียนรู้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขบวนคาราวานได้มีโอกาสสักการะร่างสังขารหลวงพ่ออุตตมะ หรือพระราชอุดมมงคล ที่ผู้คนในแถบนี้เรียกขานกันว่า "เทพเจ้าแห่งลุ่มน้ำสามประสบ" ผู้สยบทัพ มอญ กะเหรี่ยง พม่า ทำให้เกิดความสงบสุขแก่ผู้คนในบริเวณเมืองสังขละ ซึ่งเป็นถิ่นที่มีหลายเชื้อชาติ แต่ก็สามารถอยู่ร่วมกันด้วยความสุข มีธรรมะเป็นที่พึ่งทางใจ

จากนั้นขบวนคาราวานมุ่งหน้าเข้าที่พัก ส่วนคณะสื่อมวลชนแยกมาพักที่ บ้านทอฝัน รีสอร์ท ซึ่งนำรายได้จากการบริการเป็นค่าใช้จ่ายของเด็กด้อยโอกาสบ้านทอฝัน ก่อนเดินทางไปร่วมงานเลี้ยงภาคค่ำกับชาวนิสสัน อีโค คาร์ ณ สวนแมกไม้ รีสอร์ท พร้อมสนุกสนานไปกับปาร์ตี้ ท่ามกลางบรรยากาศสุดแฮปปี้

เช้าวันที่ 2 คณะสื่อมวลชนตื่นแต่เช้ามืด เพื่อร่วมกับขบวนคาราวานนิสสันตักบาตรเช้าตามวิถีชาวมอญ ในอดีตผู้คนมักพากันเดินข้ามสะพานไม้อุตตมานุสรณ์เป็นสะพานไม้มอญที่ยาวที่สุดในไทย และยาวเป็นอันดับ 2 ของโลก ด้วยระยะทาง 442 เมตร ซึ่งทุกผืนแผ่นทุกระแนงไม้ล้วนถักทอขึ้นจากจิตวิญญาณแห่งศรัทธาในพระพุทธศาสนา น่าเสียดายที่สะพานพัง เพราะอิทธิพลของน้ำหลากในช่วงก่อนหน้า ได้แต่หวังว่าสะพายแห่งนี้จะได้รับการบูรณะใหม่เร็วๆ

ภาพชีวิตในยามเช้าที่สังขละบุรี ดำเนินไปอย่างไม่เร่งรีบ เสียงพูดคุยของชาวบ้านทั้งในภาษาไทยและภาษามอญที่ลอยมาเบาๆ ตามสายลม กรุ่นไอหมอกที่เยือกเย็นกว่าที่เคยรู้สึก กลับทำให้หัวใจอบอุ่นเมื่อมองไปเห็นผู้คนที่รอใส่บาตรด้วยรอยยิ้มแช่มชื่นเปี่ยมด้วยความหวังและศรัทธาในสิ่งดีๆ ที่รอคอยอยู่เบื้องหน้า และพระสงฆ์ที่เดินบิณฑบาตภายใต้ใบหน้าสงบนิ่ง… ทุกก้าวย่างเหนือสายน้ำแห่งนี้ยังคงน่าจดจำ

ในช่วงสายมีกิจกรรมล่องแพ เพื่อชมทัศนีย์ภาพสองริมน้ำสามประสบ อันเป็นการบรรจบของแม่น้ำรันตี แม่น้ำบิคลี่ และแม่น้ำซองกาเลีย นับเป็นบรรยากาศแบบ Unseen Thailand

จากนั้นก็ขึ้นมารับประทานอาหารกลางวันร่วมกันและพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน พร้อมจบทริปกันอย่างมีความสุข และแยกย้ายเดินทางกลับแบบฟรีรัน

UPDATE