LIFESTYLE

25 ดาวร้ายในตำนานเวิลด์ คัพ (2)

Date: 2014-09-03 15:58:13

ต่อเนื่องกับภาคจบของวายร้ายในพงศาวดารเวิลด์คัพ แต่ละนายมีวีรกรรมแบดบอยอะไรกันบ้าง ต้องตามไปดู

25 ดาวร้ายในตำนานเวิลด์ คัพ (2)

Words : ZOO weekly
Photos : GettyImages, impromptuinc.wordpress.com, trend-junky.com


12. ปาทริช เอวร่า (ฝรั่งเศส)
ถ้า อเนลก้า เป็นวายร้ายในปี 2010 ปาทริช เอวร่า ที่ได้รับตำแหน่งกัปตันทีมฝรั่งเศสก็ไม่ต่างกันนัก เขากลายเป็นจอมป่วนทีมอีกคน มีปัญหากับทั้ง เดอโมเน็ค เข้าไปโต้เถียงอย่างไม่เกรงบารมี ไหนนะงัดข้อกับเพื่อนร่วมทีมอีกกลุ่ม จนมองหน้ากันไม่ติด ซึ่งเป็นวิกฤติของสโมสรในเวลานั้นอย่างยิ่ง


11. เปเป้ (โปรตุเกส)
อื้อฉาวในเวิลด์ คัพครั้งนี้แหล่ะ เกมจั่วหัวของโปรตุเกสกับเยอรมัน ในขณะที่อินทรีเหล็กซึ่งเด็ดขาดกว่าออกไปนำไปก่อน 2-0 เปเป้ พะยี่ห้อไอ้คลั่งชื่อดังก็จัดการเอาหัวไปโขก โธมัส มุลเลอร์ อย่างน่าเกลียด เพราะหาว่าสำออย ก่อนจะโดนอัปเปหิออกจากสนามไปตามระเบียบก่อนฝอยทองแพ้ยับหมดสภาพ


10. ริวัลโด้ (บราซิล)
เกมนัดแรกของรอบแบ่งกลุ่มเมื่อปี 2002 กับตุรกี ในขณะที่ ริวัลโด้ แนวรุกตัวดังของบราซิลกำลังจะเตะมุม จู่ๆ เขาก็ร่วงลงไปกองกับพื้น พร้อมกับเอามือกุมหน้า ประหนึ่งว่าโดนบอลอัดเข้าเต็มแรงๆ ทั้งๆที่คู่แข่งเตะบอลไปโดนเข่าเท่านั้น แต่นั่นก็เพียงพอให้กรรมการบ้าจี้ควักใบแดงไล่ฮาคาน อุนซาล ออกนอกสนาม ถึงอย่างนั้นโลกก็ยังมีความยุติธรรมเมื่อริวัลโด้ถูกฟีฟ่าปรับเงินไป 5,000 ปอนด์ ให้หายบ้าไปในภายหลัง


9. รอย คีน (ไอร์แลนด์)
ก่อนฟุตบอลโลก 2002 จะเปิดฉาก ทัพไอริชภายใต้การกุมบังเหียน มิค แม็คคาธีย์ ยกพลไปเก็บตัวเตรียมพร้อม แต่แล้วก็เกิดเรื่องวุ่นวายเมื่อ รอย คีน กัปตันทีม ออกมาสับแหลกระบบการทำทีมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสถานที่เก็บตัวหรือแม้กระทั่งเกมอุ่นเครื่อง จนทางสหพันธ์ทนไม่ไหวต้องตะเพิดกลับบ้านก่อนที่ทัวร์นาเม้นต์จะเริ่มขึ้น


8. เจา โมราอิส (โปรตุเกส)
หลังจากที่โดน เซเชฟ เตะอ่วมมาในนัดแรก ทำให้ เปเล่ ต้องพลาดการเล่นเกมที่สอง อย่างไรก็ตามเขากลับมาโชว์ฟอร์มใหม่ได้ในนัดต่อมาเมื่อมีคิวดวลกับโปรตุเกสและจะเป็นการวัดความเจ๋งกับ ยูเซบิโอ อย่างไรก็ตามเกือบตลอดทั้งเกม โมราอิส กองหลังจอมโหดฝอยทองไล่เตะไล่อัดตลอดจนต้องเขยกออกจากสนามนับครั้งไม่ถ้วน ถ้าเป็นสมัยนี้โดนไล่ไปนานแล้วพี่น้องเอ๋ย


7. ซีเนดีน ซีดาน (ฝรั่งเศส)
หลายคนน่าจะจำได้แม่นเกมนัดชิงปี 2006 ระหว่างที่อิตาลีเสมอกับฝรั่งเศส 1-1 และต้องมายื้อกันในช่วงต่อเวลาพิเศษ ขณะที่เหลืออีก 10 นาทีจะหมดเวลา ซีดาน ก็เอาหัวไข่ดาวกระแทกไปที่ยอดอก มาร์โก มาร์เตรัซซี่ เต็มลักจนลงไปนอนดิ้นพล่านกับพื้น ก่อนเพลย์เมคเกอร์ตราไก่จะโดนไล่ตามระเบียบและแพ้ในการยิงจุดโทษแห้วแชมป์ไป


6. มาร์โก มาเตรัซซี่ (อิตาลี)
ไหนๆ แล้วก้อย่าให้แพ้กันเลย กองหลังเลี่ยนรายนี้ก็ใช่ย่อย ลองนึกดูแล้วกันจู่ๆ คนนิ่งขรึมอย่าง ซีดาน จะเอาหัวมาโขก มาเตรัซซี่ ทำไม ภายหลังมีการเปิดเผยว่าแข้งบ้าบิ่นรายนี้ไปต่อว่าด่าทอดาวเตะตราไก่แบบเสียหายไปถึงแม่บังเกิดเกล้า จนต้องตั้งศาลเตี้ยโขกใส่ในที่สุดนั่นแหละ


5. เยอรมันตะวันตก ปี 1982

ในรอบแบ่งกลุ่มนัดสุดท้ายเยอรมันตะวันตกเจอกับออสเตรีย หากว่าอินทรีเหล็กชนะ 1-0 ก็จะกอดคอกันเข้ารอบทันที ปล่อยให้แอลจีเรียที่ลุ้นอีกทีใล่องจุ๊นไป นอกจากมีความสัมพันธ์ที่แรบแน่นเก่าก่อนแล้ว สองชาตินี้ยังมีหลายอย่างคล้ากยันและเมื่อ ฮอร์สท์ ฮรูแบร์ช ซัลโวเต็มเหนี่ยวให้เยอรมันนำ 1-0 เกมก็ผ่อนคลายทันที สองทีมเล่นกันแบบเรื่อยๆ ไม่เร่งเหมือนล็อกผล ก่อนสมใจกันไป ซึ่งเยอรมันตะวันตกโดนด่าเละเทะ


4. ฮาราล์ด ชูมัคเกอร์ (เยอรมันตะวันตก)
รอบตัดเชือกระหว่างเยอรมันกับฝรั่งเศสในปี 1982 จังหวะที่ พาทริค บาสติสตอง กองหน้าตราไก่วิ่งกวดหาบอลนั้น ชูมัคเกอร์ นายด่านอินทรีเหล็กบึ่งสวนมาหาบอลพร้อมกับยกเข่ากระแทกเข้าที่หน้า บาสติสตอง เต็มๆ จนถึงขั้นต้องหามออกเล่นต่อไปไม่ไหว จากภาพช้าเห็นว่าไอ้ชูฟาวล์ชัดเจน แต่แม้จะผิดเต็มๆ ก็ไม่มีคำขอโทษจากปากปีศาจร้ายเลยสักนิด


3.แฟร้งค์ ไรจ์การ์ด (ฮอลแลนด์)
ยามที่เยอรมันดวลกับฮอลแลนด์ทีไรต้องได้เรื่องตลอด บอลโลกปี 1990 ก็เช่นเดียวกัน เกมนั้นเดือดอย่างมากปะทะกันหนักตลอดและเมื่อ ไรจ์การ์ด พุ่งเข้าเสียบ รูดี้ โฟลเลอร์ ก่อนจะโดนใบเหลืองไแปตามระเบียบ แต่กองหลังดัตช์ไม่พอใจ วิ่งตามไปแอบถ่มน้ำลายใส่กองหน้าอินทรีเหล็ก ถือเป็นพฤติกรรมที่แย่มากๆ ก่อนไอ้เป็ดน้อยจะเอาคืนและโดนไล่ออกไปซะ


2. ดีเอโก้ มาราโดน่า (อาร์เจนตินา)
เด็กรุ่นหลังยังจำได้ในรอบ 8 ทีมสุดท้ายระหว่างอังกฤษกับอาร์เจนตินาปี 1986 นั้นเกิดเหตุการณ์หลายอย่าง นอกจากจังหวะลากโซโลของ ดีเอโก้ มาราโดน่า กัปตันทีมโชว์เลี้ยงหลบ 5 คนก่อนเข้าไปยิงอย่างเหนือชั้น ยังมีการใช้มือปัดบอลเข้าไป ก่อนจะอ้างว่าเป็น "หัตถ์พระเจ้า" ในภายหลัง ส่งให้อาร์เจนตินาชนะ 2-1 และสู่แชมป์โลกในที่สุด


1. หลุยส์ ซัวเรซ (อุรุกวัย)
จอมฉาวแห่งยุคของจริง นอกจากล่าสุดที่กัดแขน จอร์โจ้ คิเอลลินี่ จนโดนลงโทษหนักแล้ว ย้อนกลับไปปี 2010 เกมรอบ 8 ทีมสุดท้ายกับกานาเขาก็สร้างเรื่องฉาวเช่นเดียวกันในระหว่างต่อเวลาพิเศษเพื่อหาทีมเข้ารอบตัดเชือกนั้น กานา กำลังจะได้ประตูแล้วแต่ ซัวเรซ ใช้มือปัดออกมา เขายอมที่จะโดนใบแดงไล่ออก ก่อนที่ทีมจะเสียจุดโทษแล้ว กียาน อซาโมอาห์ ยิงพลาด สุดท้ายเลยอดสร้างประวัติศาสตร์ทีมแรกจากแอฟริกาที่เข้ารอบรอง ด้วยความไร้สปิริตของพี่จอบ

UPDATE