FEATURES

เปิดปาก "ราชานวดกระปู๋" ผู้ผ่านศึกมากว่า 1,200 รอบ

Date: 2014-08-25 14:30:45

FHM Thailand นั่งปอกเปลือกวงการนวดกระปู๋กับ ‘เอ๋ หนวด’ ผู้ได้รับการยกย่องให้เป็นราชานวดกระปู๋ เขาอยู่กับสิ่งนี้มา 7 ปี และเที่ยวมาแล้วกว่า 1,200 รอบ!

เปิดปาก "ราชานวดกระปู๋" ผู้ผ่านศึกมากว่า 1,200 รอบ

เรื่อง : ชานม เย็น

ภาพ : หริส นพรัตน์เขต

ผู้ช่วยช่างภาพ : ณัฏฐ์พงศ์ ธนวิบูลย์





คุณอยู่ในวงการนวดกะปู๋มาแล้วกี่ปี?

ตั้งแต่ยุคเริ่มแรกเลยครับ จนมาถึงทุกวันนี้หลายๆ อย่างของนวดกะปู๋ได้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว รวมๆ แล้วก็ประมาณ 7 ปี เห็นมาหมดทุกสิ่ง ทุกอย่างในวงการนี้ ทั้งเด็กและลูกค้า



ที่คุณบอกว่าวงการนี้เปลี่ยนแปลงไปแล้ว... มันเป็นยังไงเหรอ?

จริงๆ แล้วเมื่อก่อนเขาจะเรียกกันว่า นวดกษัย ซึ่งจะเป็นการใช้มือนวดให้อวัยวะเพศของผู้ชายนั้นแข็งตัวเป็นหลัก พนักงานก็จะอายุมาก หน่อย แต่นวดเก่ง มีฝีมือ ไม่เน้นเสียว แต่จะเน้นเรื่องของสุขภาพ จนมาถึงยุคต่อมาหน้าตาของพนักงานก็เริ่มดีขึ้น ก็จะเริ่มเป็นการนวดให้ เสียวและเสร็จ พูดง่ายๆ ก็คือชักว่าวนั่นแหละ สุดท้ายก็คือยุคนี้ที่เริ่มเข้าสู่ยุคนวดโดยพริตตี้ที่เห็นโฆษณากันเต็มไปหมด หน้าตาเด็กก็ดี ขึ้นมาอีกระดับ เริ่มมีการถอดบนถอดล่างเข้ามาเกี่ยวข้อง



แสดงว่ายุคก่อนกับยุคนี้แตกต่างกันตรงที่... เสร็จและไม่เสร็จ?

ใช่ครับ สมัยก่อนผู้ชายที่มีปัญหาเรื่องการแข็งตัวของอวัยวะเพศ พอมานวดกษัยก็สามารถแข็งได้เลย ทำให้สุขภาพของอวัยวะเพศมันดีขึ้น แข็งขึ้น อึดขึ้น แต่ทุกวันนี้มันไม่เหลืออยู่แล้ว แต่ยุคนี้เป้าประสงค์หลักคือ ทำให้เสร็จ



วงการนวดกะปู๋มันมีเสน่ห์ยังไง คุณถึงติดอกติดใจขนาดนี้?

ตอนนี้ผมอายุ 40 ซึ่งก็ถือว่าเยอะพอสมควร ถ้าคนอายุขนาดนี้ไปเดินตามห้างสรรพสินค้า สยาม หรือมหาวิทยาลัยต่างๆ นึกถึงว่าถ้ามีเด็ก ผู้หญิงคนหนึ่งเดินสวนกับเรา น้องเขาจะคิดอะไร แล้วถ้าเราเดินเข้าไปคุย น้องเขาก็จะคิดว่าเราบ้ากามด้วยซ้ำ โอกาสจีบติดแทบไม่มี แต่ วงการนี้ช่วยย่นระยะทางนั้นเข้ามาทั้งหมด หรือถ้าเราไปเจอน้องคนหนึ่งยืนเป็นพริตตี้อยู่งานๆ หนึ่ง เราไม่มีโอกาสแตะต้องเขา แต่ถ้าน้อง คนนั้นอยู่ร้านนวดกะปู๋ เราได้แตะต้องเขา มันก็เหมือนเป็นเส้นทางลัดเส้นทางหนึ่งนั่นแหละ ถ้าได้แค่แตะต้อง... เที่ยวอ่างไม่คุ้มกว่าเหรอ? เที่ยวอาบ อบ นวด เรารู้อยู่แล้วว่าจะได้ซั่ม รู้หมดว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง แต่สำหรับการนวดกะปู๋ ผมสามารถทำได้ทุกอย่างเท่าที่ผู้ชายคน หนึ่งจะทำให้ผู้หญิงชื่นชอบได้ นัวได้ บิ๊วด์ได้ เลียตั้งแต่หัวจรดเท้า เหมือนกับว่าพอจีบติด เราจะทำยังไงให้เขาชอบเรา ให้เขามีอารมณ์ นี่ คือเสน่ห์ของมัน มนุษย์เราปกติเที่ยวอ่างอาจจะสัปดาห์ละครั้ง แต่นวดกะปู๋วันหนึ่งผมเคยเที่ยวมากสุด 8 รอบ มันไม่จำเป็นต้องเสร็จ แต่ มันเป็นอารมณ์ว่ากูอยากเจอน้องคนนี้ อยากไปวัดดวงกับคนนี้ ผู้ชายทุกคนมีสัญชาตญาณความเป็นนักล่าอยู่แล้ว ก็ไปวัดกันว่า จะได้หรือ ไม่ได้ คนเรามันมีความชอบแตกต่างกันอยู่แล้ว แต่สังเกตให้ดีว่าคนที่เข้ามาในสังคมของการนวดกะปู๋ ถ้าคลิกเมื่อไหร่นะ ติดงอมแงมทุกราย



เราอยากรู้เรื่องราวของน้องๆ ที่มานวดบ้างแล้วล่ะ... พวกเธอเป็นใครมาจากไหนกัน?

หลากหลายมากครับ ผมเคยเจอน้องคนหนึ่งจบมหาวิทยาลัยชื่อดัง ได้เกียรตินิยมด้วย บ้านรวยมาก ไม่เคยมีอะไรกับแฟน มากสุดคือแค่ จับมือ ผมก็ถามว่าทำไมถึงมาทำงานนี้ล่ะ น้องเขาบอกว่า ชีวิตเขาดีทุกอย่างแล้ว เขาอยากใช้ชีวิตแย่ๆ สักเดือนหนึ่งก่อนที่เขาจะต้องไป เรียนต่อ จำได้ว่าน้องคนนี้เห็นของลับของผู้ชายครั้งแรกถึงกับเป็นลม แล้วผมถามหน่อยว่า เด็กแบบนี้ถ้าไปเที่ยวอ่างคุณจะเจอไหม มันไม่ มีทางเป็นไปได้เลย น้องหลายๆ คนสามารถจีบเป็นแฟนหรือกิ๊กได้ ผมมองว่าคนนวดกะปู๋ไม่ได้ต้องการเซ็กซ์ แต่อยากได้...



สมัยนี้สาวๆ หน้าตาดีหันมาทำอาชีพนี้กันเยอะขึ้น... คุณมองเรื่องนี้ยังไง?

ผมรู้สึกว่า ไม่มีอาชีพอะไรของผู้หญิงที่ดีเท่านี้ ยกตัวอย่างง่ายๆ ผมเคยเจอน้องคนหนึ่งที่เป็นแบรนด์ แอมบาสซาเดอร์ของบริษัทชื่อดังแห่งหนึ่ง ทำงานนวดกะปู๋วันละ 13 รอบ ใน 1 สัปดาห์มีรอบจอง 300 กว่าคิว หน้าตากับหุ่นน้องเขาสวยมาก มีอยู่วันหนึ่งผมก็นั่งคุยกับน้อง เขาบอกว่าวันนี้ได้ทิปแค่ 67,000 บาทเอง ไม่น่ามาเลย เสียเวลา เพราะปกติน้องคนนี้จะได้ทิปหลักแสนต่อวัน



ถ้านับเฉพาะในกรุงเทพฯ มีร้านนวดกะปู๋อยู่กี่ร้าน?

ประมาณ 200 ร้าน และการแข่งขันสูงมาก ราคาอยู่ที่ 1,200-3,500 บาท แต่นี่คือคอร์สที่เราจ่ายกับทางร้าน แต่มันจะมีจุดๆ ที่หนึ่งเราทำ เกินกว่านั้น อันนี้จะอยู่ที่มาตรฐานการทิป เด็กก็มีหลายแบบ คนเที่ยวก็มีหลายแบบเช่นกัน บางคนเป็นคนโคตรดีเลย สุภาพบุรุษมาก หล่อ สุดขีด บางคนเด็กถึงขั้นวิ่งหนี บางคนใช้มืออย่างเดียวทิปเป็นหมื่น อีกอย่างหนึ่งที่เป็นข้อสังเกตคือ สังคมนี้เข้าง่าย แต่ออกยากมาก ทั้ง ตัวลูกค้าและเด็กเองก็ตาม



ข้อนี้ถามแทนคนที่ยังไม่เคยสัมผัสกับการนวดกะปู๋มาก่อน... มันมีขั้นตอนอะไรยังไงบ้าง?

อย่างแรกเลยคือ พอขึ้นมาถึงห้อง น้องจะอาบน้ำให้ก่อน เรียกได้ว่าเป็นกฎบังคับเลย ซึ่งเราก็จะอาศัยช่วงเวลานี้ในการพูดคุยทำความรู้จัก เริ่มแตะเนื้อต้องตัวกัน ถ้าสปาร์คก็ลุยกันในห้องน้ำได้เลย สามารถทำได้ทุกอย่างที่ไม่ใช่การสอดใส่ พอออกมาจากห้องน้ำ สมัยก่อนจะมี นวดก่อน แต่เดี๋ยวนี้ไม่นวดกันแล้ว นัวเนียกันเลย ทำทุกอย่างเหมือนกับที่คนเป็นแฟนกันทำ แล้วก็จะมี B2B หรือ บอดี้ ทู บอดี้ ซึ่งผมคิด ว่ามันคือแบบจำลองการมีอะไรกัน ยุคก่อนอาจจะเป็นการใช้ตัวหรือหน้าอกนวด แต่ทุกวันนี้เขาใช้อวัยวะเพศมาถูกัน แต่ไม่ได้สอดใส่เข้าไป ซึ่งการห้ามสอดใส่ก็ถือเป็นกฎเหล็กอีกข้อของการนวดกะปู๋ ถูให้รู้สึกว่าเหมือนมีเพศสัมพันธ์กันจริงๆ ถ้าการมีเซ็กซ์กันเทียบได้กับหนัง X การทำแบบนี้ก็เปรียบเสมือนหนัง R



คิดว่ายุคนี้เป็นยุครุ่งเรืองของการนวดกะปู๋หรือไม่?

ทุกวันนี้มีร้านนวดกะปู๋เปิดอยู่เยอะ แต่ลูกค้าเท่าเดิม ลูกค้าใหม่ๆ จะน้อย เพราะอย่างที่ผมบอกว่า พวกเขามักจะคิดว่ามันไม่คุ้ม แต่อันที่ จริงแล้วการนวดกะปู๋เนี่ย เหมือนกับเราซื้อมาเป็นๆ แล้วมาปรุงก่อน ค่อยๆ ขอดเกล็ด ค่อยๆ กินทีละนิด และส่วนใหญ่คนที่เที่ยวนวดกะปู๋ มักจะถูกมองว่าเป็นโรคจิต เพราะส่วนใหญ่จะเที่ยวคนเดียว แล้วไอ้การที่มานอนเฉยๆ แล้วให้ผู้หญิงชักว่าวให้นี่มันต้องเป็นโรคจิตแน่ๆ แต่จริงๆ เราไม่ได้มาเพื่อให้ผู้หญิงชักว่าว เรามาวัดดวงว่ามันจะถึงขั้นไหน แต่จะบอกให้อย่างหนึ่งว่า บางทีมันก็สอดใส่กันในห้องนั่นแหละ เขาเรียกกันว่า ‘ไหล’ ผู้ชายผู้หญิงนอนแก้ผ้าอยู่ด้วยกัน ทำรักกันอย่างสะบั้นหั่นแหลก จะใจแข็งได้สักแค่ไหนกันเชียว



จริงหรือไม่ที่ผู้ชายที่ชอบเที่ยวอ่างจะไม่ชอบเที่ยวสไตล์นวดกะปู๋?

ทฤษฎีนี้เป็นความจริง 7 ปีที่ผ่านมาผมไม่เคยเที่ยวอ่างเลยสักครั้ง จากเมื่อก่อนเที่ยวอ่างสัปดาห์ละ 2 ครั้ง แต่ตอนนี้เกลียดอ่างไปเลย เพราะเขามองค่าของสินค้าต่างกันไง



มาพูดถึง ‘การบ้าน’ กันบ้าง มันคืออะไร?

มันจะมีเว็บไซต์อยู่เว็บหนึ่ง ซึ่งคนเที่ยวก็จะเข้าไปเขียนการบ้านตามสไตล์ของแต่ละคน เป็นการแชร์ประสบการณ์ในการเที่ยว ก็จะดูกันว่า ใครมีคนติดตามการบ้านนั้นมากกว่ากัน ซึ่งก็จะมีแฟนคลับ ครั้งหนึ่งมีคนเคยเดินเข้ามาหาผมแล้วถามว่าผมใช่ เอ๋ หนวด หรือเปล่าครับ พอเขารู้เท่านั้นแหละ เขาเข้ามากอดขาแล้วร้องไห้ แล้วบอกผมว่า พี่เป็นแรงบันดาลใจให้ผมมีชีวิตอยู่จนถึงทุกวันนี้ ผมก็เลยกลับมาย้อน ถามตัวเองว่า สิ่งที่ผมทำอยู่ทุกวันนี้มันเป็นสิ่งดีเหรอ แล้วผมก็รู้สึกว่า ทุกๆ สังคม ให้อยู่เหนือที่สุดของสังคมนั้น มันก็จะเป็นสิ่งดี



มองอนาคตวงการนวดกะปู๋ยังไงบ้าง?

ผมว่าวงการนี้มันไม่ตาย ในเมื่อยังมีเด็กต้องการเงิน ยังมีผู้ชายต้องการเด็ก แต่ผมไม่อยากให้วงการมันโตไปมากกว่านี้ เพราะตอนนี้เรา เที่ยวกันแบบสบายๆ ไม่อยากให้เป็นที่แพร่หลายมากจนเกินไป เดี๋ยวปัญหาก็จะตามมา อยู่กันแบบนี้สังคมของเราก็มีความสุขดีแล้ว



คุณจะอยู่ในวงการนี้ต่อไปอีกกี่ปี?

ก็เริ่มอิ่มตัวแล้วนะ เหนื่อยเที่ยว (หัวเราะ) บางทีก็มานั่งนึกดูว่าถ้าผมไม่เที่ยวจะมีเงินเก็บสักเท่าไหร่



มีอะไรอยากจะบอกหนุ่มๆ ที่ยังไม่เคยลองและอยากลองนวดกะปู๋ไหม?

อย่าคาดหวังครับ อย่าไปคิดว่ามันคือสถานที่ขายบริการทางเพศ มันเป็นสถานที่สำหรับการรีแลกซ์ ถามว่าเงินแค่นี้ ได้อยู่กับผู้หญิงคนหนึ่ง มีผู้หญิงโพรไฟล์ดีๆ สวยๆ มานอนแก้ผ้าคุยกัน มันก็แฮปปี้แล้ว ถ้าคุณมองเรื่องเซ็กซ์เมื่อไหร่ คงต้องเป็นอาบ อบ นวด แล้วถ้าคลิกหรือถ้า เกิดชอบขึ้นมา อย่าไปหลงใหลกับมัน เพราะคุณจะไม่มีอะไรหลงเหลืออยู่เลย


UPDATE