FEATURES

เปิดมาตรฐานความปลอดภัย สิ่งของต่อไปนี้ "ห้ามถือขึ้นเครื่องบิน" !!!

Date: 2016-12-19 15:34:38

เอาให้กระจ่างกันไปเลยว่าของแบบไหนขึ้นเครื่องได้ หรือไม่ได้ และคำถามที่คนขึ้นเครื่องมักจะสงสัยเป็นที่สุด!

เปิดมาตรฐานความปลอดภัย สิ่งของต่อไปนี้ "ห้ามถือขึ้นเครื่องบิน" !!!

เรื่อง : วนาทิพย์ กิรานุชิตพงศ์
ภาพ : MEEZAA
ขอบคุณข้อมูลจาก : airportthai.co.th, suvarnabhumiairport.com, donmueangairportthai.com, manager.co.th, wice.co.th

มาดูว่าของประเภทไหนที่ห้ามเอาขึ้นเครื่องบิน เพื่อเตรียมตัวให้พร้อมก่อนออกทริป  จะได้ไม่ต้องนั่งห่อเหี่ยว เพราะเสียเที่ยวอยู่ที่สนามบิน

LAGs : มาตรการจำกัดปริมาณของเหลว
LAGs หรือ Liquids, Aerosols and Gels คือ มาตรการเรื่องของเหลว เจล สเปรย์ หรือวัตถุ และสสารอื่นๆ ที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน ซึ่งทุกคนจะต้องผ่านการตรวจค้นก่อนขึ้นเครื่อง โดยมีมาตรการดังนี้


  • LAGs ที่อนุญาตให้นำขึ้นเครื่องจะต้องมีปริมาณความจุไม่เกิน 100 มล. กรณีที่ภาชนะบรรจุ เช่น ขวด หลอด ระบุไว้เกิน 100 มล. แต่ของข้างในมีไม่ถึง 100 มล. ก็ไม่อนุญาตให้นำขึ้นเครื่องอยู่ดี เพราะงั้นเช็กให้ชัวร์ก่อนขึ้นเครื่องจะดีกว่า ถ้าไม่อยากให้ของเหล่านั้นบินลงถังขยะ

  • เตรียมคิดเลขดีๆ เพราะ LAGs ต่างๆ จะต้องถูกใส่รวมในถุงพลาสติกใสแบบ Zip lock ซึ่งเมื่อรวมกันแล้วห้ามเกิน 1,000 มล. หรือปริมาณเทียบเท่าในหน่วยวัดอื่นๆ

  • ถุง Zip lock ที่ใช้ใส่ LAGs จะต้องมีขนาด 20× 20 ซม. 

  • ​โดยของทุกอย่างต้องอยู่ในถุงพลาสติกปิดซิปเรียบร้อย ห้ามล้นจนปิดไม่ได้เด็ดขาด และอนุญาตให้ 1 คน ต่อ 1 ถุง เท่านั้น
  • LAGs ประเภทยาที่มีเอกสารกำกับชัดเจน นม และอาหารสำหรับเด็กทารก อนุญาตให้นำขึ้นเครื่องโดยสารได้ แต่ต้องอยู่ในปริมาณที่เหมาะสม

  • ส่วน LAGs ที่ Duty Free สามารถนำขึ้นเครื่องได้ แต่ถุงบรรจุต้องปิดผนึกชัดเจน ไม่มีร่องรอยการฉีกขาด หรือ เปิดปากถุงหลักจากซื้อแม้แต่นิดเดียว 

สิ่งของ “ต้องห้าม” ขึ้นเครื่องบิน
นอกจากของเหลว เจล สเปรย์ ไม่เกิน 100 มล. แล้ว ยังมีสิ่งของอื่นๆ ที่ห้ามขึ้นเครื่องบินอีก เช่น
1. อาหารสด /อาหารที่มีกลิ่นแรง
อาหารสด เช่น อาหารทะเล สายการบินจะค่อนข้างระวังเป็นพิเศษ เพราะถ้าหากน้ำหกออกมามันก็คือน้ำเกลือทะเลดีๆ ซึ่งสามารถกัดกร่อนอุปกรณ์เครื่องบินได้ และอาหารกลิ่นแรงที่ส่งผลต่อระบบหายใจของผู้โดยสาร หรือท่าอากาศยานโดยเฉพาะทุเรียน จัดเป็นสิ่งของต้องห้ามระดับสากลเลยก็ว่าได้ แต่ข้อห้ามนั้นก็จะแตกต่างกันในแต่ละสายการบิน ทางที่ดีให้เช็คกับทางสายการบินก่อนชัวร์ที่สุดแล้ว

2. แบตเตอรี่สำรอง (Power Bank)
ห้ามโหลดลงใต้ท้องเครื่อง แต่สามารถพกใส่กระเป๋าถือขึ้นเครื่องได้ โดยมีเงื่อนไข ดังนี้
- Power Bank ความจุไฟฟ้าไม่เกิน 20,000 mAh (หรือน้อยกว่า 100 Wh)
- Power Bank ความจุไฟฟ้า 20,000-32,000 mAh (หรือระหว่าง 100-160 Wh) นำขึ้นเครื่องได้ไม่เกิน 2 ก้อน 
- Power Bank ที่มีความจุไฟฟ้าเกิน 32,000 mAh หรือมากกว่า (160 Wh) ห้ามนำขึ้นเครื่องทุกกรณี

3. วัตถุอันตรายต่างๆ
“Dangerous Goods” หมายถึง สิ่งของ หรือ สารที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพของบุคคล สิ่งของ หรือเครื่องบินเมื่อมีการขนส่งทางอากาศ โดยแบ่งออกเป็น 9 ประเภท ดังนี้
วัตถุระเบิด, แก็ส, ของเหลวติดไฟ, ของแข็งติดไฟ, สารที่เมื่อรวมกับสารอื่นแล้วจะเกิดปฏิกิริยาทำให้เกิดติดไฟได้, สารพิษ, สารกัมมันตภาพรังสี, สารที่มีสภาพเป็นกรด และสารอันตรายอื่นๆ 

5 คำถามที่คนขึ้นเครื่องสงสัยมากที่สุด
Q1 : ทำไมของเหลวที่เอาขึ้นเครื่องได้ บรรจุภัณฑ์ต้องไม่เกิน 100 มล. รวมกันแล้วไม่เกิน 1,000 มล. แต่ทำไมของที่ซื้อจาก Duty Free ถึงขึ้นได้
A : เป็นมาตรการรักษาความปลอดภัย เพราะว่าของเหลว หรือวัตถุอันตรายที่พกขึ้นไปสามารถประกอบเป็นระเบิดได้ และถ้าหากเกิน1,000 มล.จะทำให้เกิดการระเบิดอย่างรุนแรงได้ ส่วนสินค้าที่ซื้อจาก Duty Free นั้นเป็นสินค้าที่ผ่านการตรวจสอบและผ่านทางศุลกากรแล้ว จึงสามารถนำขึ้นเครื่องได้

Q2. ทำไมต้องเปิดหน้าต่างตลอดเวลาเครื่องขึ้น/ ลง
A : ช่วงที่เครื่องบินกำลังขึ้น/ลง จะเป็นช่วงเวลาที่อันตรายที่สุดสำหรับการบิน การเปิดหน้าต่างห็เพื่อให้ลูกเรือช่วยกันสังเกตุสถานการณ์ สภาพแวดล้อมรอบๆ เครื่องบิน เช่น บริเวณปีกมีน้ำแข็งเกาะหรือไม่, สภาพอากาศเป็นอย่างไร, เครื่องพร้อมจะนำขึ้น/ลงหรือไม่, มีฝูงนกบินบริเวณใต้เครื่องไหม เพราะห้องนักบินที่อยู่ในส่วนหน้านั้นไม่สามารถมองเห็นได้สภาพแวดล้อมได้ทั้งหมด  เมื่อเกิดเหตุผิดปกติลูกเรือซึ่งนั่งริมหน้าต่างจะสามารถเห็นเหตุการณ์ได้เร็วกว่า และแจ้งพนักงานบนเครื่องบินได้อย่างทันท่วงที

Q3 : ทำไมที่นั่งชั้น Economy Class ต้องปรับเบาะให้ตรง (เวลาเครื่องขึ้น/ ลง) ทั้งๆ ที่เบาะชั้น Economy Class มันปรับเอียงได้แค่นิดเดียว
A : ที่ต้องปรับเบาะให้ตรง (เวลาเครื่องขึ้น/ ลง) เพราะหากเกิดเหตุฉุกเฉินอุปกรณ์ในการช่วยเหลือจะตกลงมา เช่น หน้ากากอ๊อกซิเจน ถ้าหากเบาะมีการปรับ และไม่ได้อยู่ในลักษณะมาตรฐานอุปกรณ์ช่วยเหลืออาจไม่ทำงาน และหากเกิดการกระแทกระหว่างนำเครื่องขึ้นท่านั่งตั้งตรงจะมีความปลอดภัยต่อร่างกายที่สุด


Q4 : เวลาอยู่บนเครื่องบิน ทำไมบางสายการบินให้ใช้โหมด Air Plane ได้ แต่บางสายการบินให้ปิดตลอด

A : ใช้โหมด Air Plane หรือปิดเครื่องมีผลไม่ต่างกัน ต่างกันก็แต่ว่า ถ้าหากเปิดโหมด Air Plane ระหว่างเครื่องขึ้น-ลง จะมีคลื่นบางสัญญาณไปรบกวนสัญญาณของเครื่องยนต์และห้องนักบินและหอควบคุมการบิน


Q5 : ทำไมถึงห้ามพกกรรไกรตัดเล็บขึ้นเครื่อง 

A : ในกรรไกรตัดเล็บมักจะมีมีดเล็กๆ อยู่ข้างใน และแต่ละยี่ห้อก็มีของมีคมต่างกัน จึงห้ามนำขึ้นเครื่องเพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสารทั้งหมด


เพียงแค่เตรียมพร้อม คุณก็จะได้ออกทริปไม่มีสะดุด ไม่ต้องหยุดรอให้เสียเวลา ทั้งนี้ทั้งนั้นข้อห้ามแต่ละอย่างแตกต่างกันไปในแต่ละสายการบิน ยังไงก็ลองเช็คกันอีกที เพื่อความชัวร์แบบสุดๆ!

UPDATE