FEATURES

5 ประเทศที่มี “การผลิตเบียร์” ที่ดีที่สุดในโลก

Date: 2017-06-15 14:31:09

ฝนพรำๆ กับเบียร์เย็นๆ ช่างเป็นอะไรที่สุขใจสุดๆ แต่จะสุขยิ่งกว่านั้นถ้าได้รู้ว่า ประเทศเหล่านี้คือแหล่งผลิตเบียร์ชั้นดี ที่มีลิสต์อยู่ใน CNN

5 ประเทศที่มี “การผลิตเบียร์” ที่ดีที่สุดในโลก

ข้อมูล: cnn.com, manager.co.th
เรียบเรียง: วนาทิพย์ กิรานุชิตพงศ์

1. เบลเยียม
ยี่ห้อที่ควรลอง:
De Koninck, Palm, Brussels Beer Project, Chimay, Leffe
นอกจากจะเป็นประเทศที่ขึ้นชื่อในเรื่องของช็อคโกแลตแล้ว เบียร์ของที่นี่นับว่าดีที่สุดในโลก ดีถึงขนาดที่ว่า UNESCO ยกให้การทำเบียร์ของที่นี่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมกันเลยทีเดียว โดยทั้งประเทศมีการผลิตเบียร์ที่แตกต่างกันไปถึง 1,500 ชนิด แถมที่นี่ยังมีท่อส่งเบียร์ใต้ดินของโรงกลั่นเบียร์เบลเยียม “เดอ ฮาล์ฟ มาน” ซึ่งตั้งอยู่กลางเมืองบรูชไปยังโรงงานบรรจุขวดที่อยู่นอกเมือง ซึ่งห่างออกไปราวๆ 3.2 กิโลเมตร

ท่อส่งเบียร์ใต้ดิน Photo credit : wsj.com

2. อังกฤษ
ยี่ห้อที่ควรลอง:
Kernel, Wild Card, Five Points, Fuller's, Shepherd Neame
ประเทศอังกฤษมีประวัติศาสตร์การหมักเบียร์มาอย่างยาวนาน อีกทั้ง IPA เบียร์ หรือ India Pale Ales เบียร์ที่กำลังเป็นที่นิยม โดยมีต้นกำเนิดในสหราชอาณาจักร ช่วงศตวรรษที่ 19 เป็นเบียร์ตำรับส่งออก ซึ่งจะใส่ ฮอปส์ (Hops) ในปริมาณสูง เพื่อรักษาสภาพ และรสชาติเบียร์ให้คงที่ เวลาส่งออกไปยังประเทศปลายทางอย่างอินเดีย ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ เป็นต้น

3. สหรัฐอเมริกา
ยี่ห้อที่ควรลอง:
Sierra Nevada, Anchor, Lagunitas, Sam Adams, Goose Island
ฮอปส์ พืชเถาไม้เลื้อยชนิดหนึ่ง ซึ่งใช้ดอกมาเป็นส่วนผสมหลักในการหมักเบียร์ มักนิยมปลูกในหลายประเทศทั่วโลก แต่แหล่งปลูกหลักๆ มีอยู่ 5 แห่ง ซึ่ง 3 ใน 5 แห่งนั้นอยู่ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้แก่ หุบเขาวิลลาเม็ทท์ในรัฐโอเรกอน, หุบเขายาคิมาในรัฐวอชิงตัน และแถบตะวันตกเฉียงใต้ของรัฐไอดาโฮ เพราะเหตุนี้จึงทำให้อเมริกาติด 1 ใน 5 ประเทศที่ผลิตเบียร์ดีที่สุดในโลก

ฮอปส์ Photo credit : instragramn/yakimavalleyhops

4. เยอรมนี
ยี่ห้อที่ควรลอง:
Schneider Weisse, Früh, Weihenstephan, Ayinger, Augustiner-Bräu
ประเทศเยอรมนี มีผู้ผลิตเบียร์อยู่ราว 1,300 ราย และมีเบียร์ให้เลือกดื่มหลากหลายชนิดถึง 5,000 ยี่ห้อ ทั้งยังมีกฎหมายเบียร์ที่ชื่อว่า “ไรน์ไฮต์เกโบต” (Reinheitsgebot) ซึ่งประกาศใช้มานานแล้วถึง 500 ปี เป็นกฎหมายควบคุมมาตรฐานการผลิตเบียร์ ที่กำหนดให้การหมักเบียร์เยอรมันต้องใช้น้ำ, มอลต์, ฮอปส์ และยีสต์ เป็นส่วนผสมเท่านั้น 
โดยบังคับใช้ทั่วเยอรมนีตั้งแต่ปี 1906 เพื่อปกป้องผู้บริโภคจากการดื่มเบียร์ราคาถูก ที่อาจมีส่วนผสมอันตราย ซึ่งถือได้ว่าเป็นกฎหมายควบคุมมาตรฐานการผลิตอาหาร และเครื่องดื่มที่เก่าแก่ที่สุดในโลก
 
5. ออสเตรเลีย & นิวซีแลนด์
ยี่ห้อที่ควรลอง:
Malt Shovel, Feral, Bootleg (Australia), Epic, Tuatara
แม้เบียร์ของ 2 ประเทศนี้จะไม่ได้รู้จักกันในวงกว้างสักเท่าไหร่ แต่ทั้งประเทศออสเตรเลียและนิวซีแลนด์กำลังพลิกโฉมวงการเบียร์กันอย่างครึกโครม แถมยังมีเบียร์ให้เลือกลองหลากหลาย ชนิดที่ว่าจิบเท่าไหร่ก็ไม่ครบสักที 

UPDATE