AUTOS

เมอร์เซเดส-เบนซ์ อี-คลาส ใหม่

Date: 2014-07-04 14:22:06

New E-Class สุดยอดแห่งสมรรถนะและความประหยัดที่เหนือกว่า

เมอร์เซเดส-เบนซ์ อี-คลาส ใหม่

เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด จัดกิจกรรม The new E-Class Family Test Drive เพื่อให้สื่อมวลชนรวมได้สัมผัสประสบการณ์การขับทดสอบระยะทางไกลกับเมอร์เซเดส-เบนซ์ อี-คลาส ใหม่ สุดยอดยนตรกรรมหรูอัจฉริยะ ประหยัดพลังงาน พร้อมให้ความสะดวกสบายและความปลอดภัย ด้วยเครื่องยนต์เบนซินใหม่ 4 สูบแบบ BlueDIRECT และเครื่องยนต์ดีเซลไฮบริดที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี BlueTEC HYBRID กับเส้นทางกระบี่-หัวหิน-กรุงเทพ รวมเกือบ 800 กิโลเมตร เมื่อ 5-6 พฤศจิกายน 2556

การทดสอบเริ่มต้นทันทีเมื่อถึงสนามบินนานาชาติ กระบี่ โดยมีรถเมอร์เซเดส-เบนซ์ อี-คลาส ใหม่ สำหรับทดสอบเตรียมไว้ทั้งหมด 7 คัน คละรุ่น ได้แก่ E 200 Executive, E 300 BlueTEC HYBRID Executive, E 300 BlueTEC HYBRID AMG Dynamic, E 200 Coupe AMG Dynamic และ E 200 Cabriolet AMG Dynamic

ทีมงานได้ขับเมอร์เซเดส-เบนซ์รุ่น E 200 Cabriolet AMG Dynamic เครื่องยนต์เบนซินใหม่ 2.0 ลิตร 4 สูบแถวเรียง มีเทอร์โบพร้อมอินเตอร์คูลเลอร์ กำลัง 184 แรงม้าที่ 5,500 รอบต่อนาที แรงบิด 300 นิวตันเมตร ที่ 1,200-4,000 ต่อนาที โดยขับไปสิ้นสุดที่โรงแรมไฮแอท รีเจนซี่ หัวหิน รวมระยะทาง 574.7 กิโลเมตร และระหว่างทางมีการสลับขับ เบื้องต้นพบว่าตัวรถปรับโฉมใหม่ทั้งภายนอกและภายใน เน้นความสปอร์ตมากขึ้น จุดเปลี่ยนชัดเจนเป็นแผงกระจังหน้าและโคมไฟคู่หน้าที่ได้รับการออกแบบใหม่หมดเป็น LED Intelligent Light System (ฟูลแอลอีดี) ส่วนภายในห้องโดยสารใช้วัสดุคุณภาพสูงเพื่อความหรูหรามากขึ้น และโดดเด่นกับระบบมัลติมีเดีย คอมแมนด์ ออนไลน์ ที่ควบคุมการทำงานของวิทยุและดีวีดี สามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตพร้อมคอนโทรลเลอร์ และระบบนำทางได้

ภายในเบาะนั่งให้ความสบาย และง่ายต่อการปรับให้รับสรีระ ด้วยระบบไฟฟ้าที่ตำกแหน่งบนแผงข้างประตู เมื่อขับด้วยความเร็วระดับ 120 กม./ชม ขึ้นไป พบว่าการเก็บเสียงและอาการสั่นสะเทือนทำได้ยอดเยี่ยม แม้เป็นหลังคาพับแบบอ่อน ซึ่งแสดงถึงคุณภาพการประกอบของเมอร์เซเดส-เบนซ์อันยอดเยี่ยม ส่วนอัตราเร่งจากเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ 4 สูบ 184 แรงม้า ให้ความคล่องตัวในการใช้งาน ทั้งในเมืองและนอกเมือง

การขับทดสอบในวันแรก ทีมงานฯ พบว่า E 200 Cabriolet AMG Dynamic ให้อัตราเร่งที่ดีพอ สังเกตุจากจังหวะเร่งแซงรถช้าทำได้อย่างมั่นใจ การกะระยะเปลี่ยนเลนตัวรถให้การทรงตัวและควบคุมได้อย่างแม่นยำ การเปลี่ยนเกียร์สะดวกด้วยก้านตรงคอพวงมาลัย เมื่อถึงจังหวะที่ต้องเบรกเบา-หนัก ความรู้สึกตอบกลับจากแป้นเบรกเสมือนจริง แม้เป็นไฟฟ้า และให้น้ำหนักง่าย เมื่อต้องหยุดฉับพลันระบบเบรกก็สามารถชะลอความเร็วได้อย่างนุ่มนวลและรวดเร็วเกินคาด ส่วนหนึ่งน่าเป็นเพราะระบบช่วยเบรก BAS ทำงานเสริม นับเป็นรถที่ขับสบาย มั่นคง และมั่นใจในความปลอดภัยอย่างแท้จริง น่าเสียดายที่ไม่มีโอกาสทดลองระบบช่วยจอดอัตโนมัติ (Ative Parking Assist) ซึ่งทีมงานฯ ตั้งใจว่าจะได้ทดสอบขับอย่างละเอียดอีกครั้งในโอกาสต่อไป การขับทางไกลจากกระบี่ในช่วงเที่ยง มุ่งหน้านครศรีธรรมราช ผ่านท่าแซะและสิ้นสุดที่หัวหันในช่วงหัวค่ำ ระหว่างทางมีการแวะปั๊มน้ำมันตามที่ทีมงานทดสอบกำหนดไว้ 3 ครั้ง ทำให้ใช้เวลาเดินทางทั้งหมดประมาณ 7 ชั่วโมง

วันที่ 2 ของการทดสอบ มีการปลี่ยนรถทดสอบเป็นรุ่น E 300 BlueTEC HYBRID Executive AMG Dynamic เครื่องยนต์ดีเซล 2.2 ลิตร 4 สูบแถวเรียง เทอร์โบคู่ กำลัง 204 แรงม้าที่ 4,200 รอบต่อนาที และอีก 27 แรงม้าจากมอเตอร์ไฟฟ้า แรงบิด 500 นิวตันเมตรที่ 1,600 – 1,800 รอบต่อนาที และอีก 280 นิวตันเมตรจากมอเตอร์ไฟฟ้า นับเป็นครั้งแรกในไทยที่มีรถพรีเมียมเครื่องยนต์ไฮบริดดีเซลสะอาดและประหยัดมากที่สุด

การขับแบบฟรีรันและแวะได้ตามสะดวก จากโรงแรมไฮแอท รีเจนซี่ หัวหิน มุ่งหน้ากรุงเทพฯ สิ้นสุดที่อาคารรัจนการ สาทร ได้ข้อสรุปเบื้องต้นสำหรับเมอร์เซเดส-เบนซ์ รุ่น E 300 BlueTEC HYBRID Executive AMG Dynamic ว่าเป็นพรีเมียมซีดานที่ล้ำทั้งด้านรูปลักษณ์ภายในและภายนอก ภายในนั่งสบายทั้ง 4 ตำแหน่ง และเพลิดเพลินไปกับฟังก์ชันการใช้งานที่ครบครันใช้ง่าย ส่วนอัตราเร่งและสมรรถนะโดยรวม นับว่ายอดเยี่ยมเพราะมีแรงบิดมหาศาล ทำให้การเร่ง-ชะลอ และเติมความเร็วต่อเนื่องทำได้อย่างมั่นใจ ด้านความประหยัดพบว่าครั้งแรกของการขับรถเครื่องยนต์ดีเซลไฮบริดรองรับตัวถังขนาด 2 ตัน ได้ตัวเลขบนหน้าจอแสดงผลที่ 18.45 กม./ลิตร ซึ่งเป็นตัวเลขจากการขับทางไกลด้วยความเร็วค่อนข้างสูง บวกกับการขับในเมืองท่ามกลางรถติดช่วงสั้นๆ นับว่าน่าพอใจมาก

อี-คลาส ใหม่ สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นเมอร์เซเดส-เบนซ์ ใน 3 ด้านหลัก คือ ความสมบูรณ์แบบ (perfection), ความงดงามน่าหลงใหล (fascination) และ ความรับผิดชอบ (responsibility) ได้อย่างลงตัว เมื่อผนวกกับราคาอันเหมาะสม จึงเป็นทางเลือกอันชาญฉลาดของผู้ที่ต้องการครอบครองยนตรกรรมหรู พร้อมเทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อม

 

E 200 Executive                                            3,390,000  บาท

E 300 BlueTEC HYBRID Executive                 3,690,000   บาท

E 300 BlueTEC HYBRID AMG Dynamic          4,090,000   บาท

E 200 Coupé AMG Dynamic                           3,790,000   บาท

E  200 Cabriolet AMG Dynamic                       3,990,000   บาท

www.facebook.com/MercedesBenzThailand

www.mercedes-benz.co.th  

++++ 

E 300 BlueTEC HYBRID  

เทคโนโลยี BlueTEC HYBRID เป็น 1 ในเทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ซึ่งเป็นการผสมผสานการทำงานระหว่างเครื่องยนต์ดีเซลกับมอเตอร์ไฟฟ้า ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการประหยัดพลังงานและให้ประสบการณ์การขับที่ดียิ่งขึ้น ด้วยเครื่องยนต์ขนาดเล็กลง การออกสตาร์ทที่เงียบ และช่วยลดการสันดาปของเครื่องยนต์ แต่คงพละกำลังเช่นเดิม โดยองค์ประกอบต่างๆ ของระบบไฮบริด เช่น ระบบไฟฟ้าในห้องเครื่องยนต์สามารถผสานรวมกับเครื่องยนต์สันดาปภายในได้โดยตรง โดยมีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง 23.81-24.39 กม./ลิตร หรือคิดเป็น 1.23-1.26 บาท/กม. เท่านั้น (คำนวณจากราคาน้ำมันดีเซล  ณ วันที่ 30 ตุลาคม 2556)   

++++ 

 

UPDATE