AUTOS

เมอร์เซเดส-เบนซ์ อี300 บลูเทค ไฮบริด เอเอ็มจี ไดนามิค

Date: 2014-07-04 15:19:57

ยอดยนตรกรรมพรีเมียม แรงและประหยัดกับพลังดีเซลผสานไฮบริด หล่อทั้งคันกับเอเอ็มจี แพคเอจ

เมอร์เซเดส-เบนซ์ อี300 บลูเทค ไฮบริด เอเอ็มจี ไดนามิค

บลูเทค ไฮบริดในเมอร์เซเดส-เบนซ์ อี300 เป็นเทคโนโลยีในฝันของคนใช้รถหลายคน เพราะรวมประสิทธิภาพด้านความประหยัด 2 แขนงคือ การใช้เครื่องยนต์ดีเซลร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า เมื่อติดตั้งในซีดานระดับพรีเมียมสุดหรู เสริมด้วยความสปอร์ตจากเอเอ็มจี ทำให้ อี300 เป็นรถหรูระดับไม่เกิน 4 ล้านบาท ที่โดดเด่นที่สุดในตอนนี้

เบนซ์อาจไม่ใช่ผู้ผลิตรายแรกที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซลร่วมกับระบบไฮบริด เพราะก่อนหน้าบริษัทรถฝรั่งเศส-เปอโยต์ได้ผลิตก่อนแล้วกับรุ่น 3008 ไฮบริด4 เมื่อปี 2009 แต่การกล้านำเทคโนโลยีใหม่ของการรวมเครื่องยนต์ดีเซลกับระบบไฮบริดมาติดตั้งในกลุ่มรถหรู จึงทำให้เมอร์เซเดส-เบนซ์ อีคลาส บลูเทค ไฮบริดพลิกโฉมตลาดได้อย่างต่อเนื่อง ด้วยยอดจำหน่ายอันน่าประทับใจ

เมื่อพิจารณารูปลักษณ์ภายนอก ด้านหน้าอาจทำให้หลายคนนึกว่าเป็นเบนซ์สไตล์สปอร์ตรุ่นใหม่ เพราะโดดเด่นด้วยไฟหน้าทรงฟรีแฮนด์แบบแอลอีดี, ไฟท้ายแบบแอลอีดีเทคโนโลยีไฟเบอร์-ออพติค, หลังคาพานาโรมิคซันรูฟ, สัญลักษณ์เมอร์เซเดส-เบนซ์บนกระจังหน้า และชุดแต่งรอบคัน-เอเอ็มจี ด้านหลังเด่นด้วยปลายท่อแยกออก 2 ทาง ถ้าไม่มีโลโก้ Bluetec HYBRID ด้านท้ายอาจนึกว่าเป็นซีดานหรูสไตล์สปอร์ตพลังเบนซิน (ด้วยความเงียบของเครื่องยนต์ดีเซลกับมอเตอร์ไฟฟ้า) ส่วนภายในห้องโดยสารหรูหราด้วยการใช้ลายไม้แบบ High-gloss black ash wood พร้อมพวงมาลัยเอเอ็มจีแบบ 3 ก้านท้ายตัด

เมื่อสตาร์ทเครื่องยนต์ ถ้าแบตเตอรี่ไฮบริดมีปริมาณกระแสไฟฟ้าเพียงพอ ระบบจะเลือกสตาร์ทด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า ซึ่งต้องใช้การสังเกตุบนหน้าปัดที่แสดงคำว่า READY เพราะไม่มีเสียงใดๆ บ่งบอกเหมือนสตาร์ทเครื่องยนต์ ทำให้ผู้ที่ยังไม่คุ้นเคยอาจสตาร์ทซ้ำ พร้อมออกตัวเดินหน้าหรือถอยหลังด้วยพลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าอย่างเดียว

เมื่อขับด้วยความเร็วต่ำไม่เกิน 35 กม./ชม. ถ้าแบตเตอรี่มีปริมาณกระแสไฟฟ้าพอ ก็จะใช้แรงจากมอเตอร์ไฟฟ้าช่วยขับเพลาอย่างเดียว โดยระบบปรับอากาศยังทำงานปรกติ เมื่อลองขับตามลานจอดรถในห้างสรรพสินค้า พบว่าพลังจากระบบไฮบริดเพียงพอต่อการขับเลาะเลี้ยวเข้า-ออกได้อย่างความคล่องแคล่ว และเงียบเชียบ แต่ถ้าเริ่มใช้ความเร็วเกิน 35 กม./ชม. ตัวรถจะเปลี่ยนใช้กำลังจากเครื่องยนต์อย่างเดียว

ส่วนการเร่งแซงรถช้า ด้วยแรงบิดจากเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 500 นิวตัน เมตร ถ่ายทอดกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 7 จังหวะ (7G-Tronic Plus) สามารถพาตัวรถพุ่งทะยานแซงขึ้นหน้าแบบสบายๆ จุดเด่นของระบบไฮบริดในอี300 อีกอย่างคือ การขับทางไกลบนถนนเปิดโล่งอย่างมอเตอร์เวย์ เมื่อทำความเร็วสูงแต่ไม่เกิน 160 กม./ชม. ทุกครั้งที่ปล่อยคันเร่งหรือแตะเบรกเบาๆ เครื่องยนต์จะหยุดทำงาน แต่ตัวรถสามารถวิ่งไปได้ด้วยแรงเฉื่อย โดยที่เพลาขับยังหมุนอยู่ ระบบไฮบริดใช้การหมุนของเพลาไปปั่นมอเตอร์ เพื่อผลิตกระแสไฟ พอความเร็วลดลงถึงระดับที่มอเตอร์สามารถประคองความเร็วต่อได้ มอเตอร์ไฟฟ้าก็จะส่งแรงหมุนเสริมเพื่อให้รถวิ่งต่อไปโดยเครื่องยนต์ไม่ทำงาน จนกว่าพลังงานในแบตเตอรี่จะลดลงไม่พอจ่าย จากนั้นเมื่อเหยียบคันเร่งต่อ เครื่องยนต์จึงกลับมาทำงานอีกครั้ง

เมื่อลองขับซิ่งขึ้น โดยใช้โหมดสปอร์ต เสียงจากเครื่องยนต์จึงดังกระหึ่มขึ้นแสดงให้รู้ว่าเป็นเครื่องยนต์ดีเซล การขับเปลี่ยนเลน เร่งแซง และเข้าโค้งยาว พบว่าตัวรถเปี่ยมไปด้วยพลังจากการทำงานประสานระหว่างเครื่องยนต์กับมอเตอรไฟฟ้า และการบังคับควบคุมนับว่าน่าพอใจ แม้ว่าตัวรถจะหนักเกือบ 2 ตัน แม้มีอาการโคลงบ้างเมื่อเข้าโค้ง

การเบรกทันทีเมื่อถอนคันเร่งหรือแตะเบรก เครื่องยนต์จะหยุดทำงาน และแรงหมุนจากเพลาจะช่วยหมุนมอเตอร์ไฟฟ้าเพื่อเก็บไฟในแบตเตอรี่ไฮบริดต่อ ถ้าเบรกต่อเนื่องจนหยุดนิ่งหรือในช่วงปล่อยรอบเดินเบา ถ้าแบตเตอรี่มีไฟพอ เครื่องยนต์กับมอเตอร์ไฟฟ้าจะหยุดทำงาน ไฟที่มีอยู่จะเอาไปใช้ในระบบอื่นๆ เช่น ระบบปรับอากาศ แต่ถ้าไฟไม่พอหรือลดต่ำกว่าระดับก่อนออกตัว เครื่องยนต์ก็จะกลับมาทำงานต่อ

ส่วนตัวเลขการทดสอบเมื่อเทียบกับสเปกเคลมไว้ อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. 7.5 วินาที และความเร็วสูงสุด 240 กม./ชม. ส่วนอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงในและนอกเมือง รวม 4.3 ลิตร/100 กม. หรือ 23.25 กม./ลิตร ส่วนการทดสอบของทีมงานออปชั่น ไทยแลนด์ จากการขับในและนอกเมือง รวมระยะทาง 526 กม. ได้ 7.2 ลิตร/100 กม. หรือ 13.88 กม./ลิตร นับว่าน่าพอใจเมื่อเทียบกับน้ำหนักรถเปล่า 1,845 กก. หรือประมาณ 2 ตัน รวมผู้ขับและผู้โดยสารเต็มคัน

เมอร์เซเดส-เบนซ์ อี300 บลูเทค ไฮบริด เอเอ็มจี ไดนามิค ราคา 4,090,000 บาท นับเป็นยนตรกรรมพรีเมียมหรูเพียบพร้อมด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่รอบด้าน สามารถตอบสนองการใช้งานอย่างโดดเด่นทั้งในและนอกเมือง แม้เป็นรถขนาดใหญ่ แต่มีความคล่องตัวและประหยัด พร้อมเสริมด้วยแพคเกจของเอเอ็มจี เช่น ชุดแต่งกันชนหน้า, กันชนหลัง, สเกิร์ตข้าง และล้ออัลลอยเอเอ็มจี 18 นิ้ว ทำให้รถมีรูปลักษณ์ที่สปอร์ตขึ้นและมีประสิทธิภาพการขับมากขึ้นด้วย

 

++FAST FACT – E300 BlueTEC HYBRID AMG Dynamic++

เครื่องยนต์ : ดีเซล4 สูบ แถวเรียง เทอร์โบคู่ (compound turbocharging)

ความจุ : 2,143 ซีซี

แรงม้าสูงสุด : 204 แรงม้า @ 4,200 รอบต่อนาที

แรงบิดสูงสุด : 500 นิวตัน เมตร @ 1,600-1,800 รอบต่อนาที

กำลังมอเตอร์ไฟฟ้า : 27 แรงม้า

แรงบิดจากมอเตอร์ไฟฟ้า : 280 นิวตัน เมตร

ระบบส่งกำลัง : เกียร์อัตโนมัติ 7 จังหวะ แบบ DIRECT SELECT พร้อมระบบเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย

ขนาดยางหน้า-หลัง : หน้า 245/40 R18 หลัง 265/35 R18

 

 

 

UPDATE