AUTOS

ทดสอบ CX-5 เอสยูวีพันธุ์ใหม่... พลังดีเซลสะอาด

Date: 2013-12-26 14:44:54

เอสยูวี ที่ได้รับการกล่าวถึงและรอคอยมากที่สุด แต่จะโดนใจกันมากแค่ไหน พบกับบทดสอบรุ่นดีเซล ที่ให้ความประหยัดอันเป็นรุ่นสูงสุด...

ทดสอบ CX-5 เอสยูวีพันธุ์ใหม่... พลังดีเซลสะอาด

บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เชิญทีมงานเดินทางทดสอบขับมาสด้า CX-5 เครื่องยนต์สกายแอคทีฟดีเซลสะอาด 2.2 ลิตร พลัง 175 แรงม้า ที่ 4,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงถึง 420 นิวตัน-เมตร ที่ 2,000 รอบ/นาที อันเป็นรุ่นสูงสุด บนเส้นทางเชียงใหม่-เชียงราย ระยะทาง 200 กิโลเมตร เมื่อ 14-15 พฤศจิกายน 2556

คณะสื่อมวลชนชุดแรก (ชุด 2 ทดสอบแบบขับกลับเส้นทางเชียงราย-เชียงใหม่) ออกเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิตั้งแต่เวลา 8.00 น. ถึงสนามบินเชียงใหม่เวลา 9.20 น. แล้วต่อรถบัสไปฟังบรรยายเส้นทางทดสอบที่ร้านอาหาร Wind Mill จากนั้นจึงแบ่งทีมทดสอบ โดยรถ 1 คัน ต่อผู้ทดสอบ 2-3 คน

CX-5 ที่ทีมงานได้ร่วมขับเป็นรถหมายเลข 6 สีเงินอลูมินั่ม เมทัลลิค ขบวนคาราวานทยอยออกเดินทางตอน 10.50 น. มีเป้าหมายแรกเป็นโรงเรียนบ้านเมืองน้อย อำเภอเวียงปาเป้า จังหวัดเชียงราย ซึ่งอยู่ในศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยน้ำรินห่างออกไป 88.3 กม.

ช่วงแรกเลือกนั่งเบาะหลังเพื่อสัมผัสถึงความสะดวกสบายและจับอาการต่างๆ โดยเส้นทางช่วงแรกเป็นถนนหลวงในตัวเมืองเชียงใหม่ ต่อทางหลวงยาวสู่อำเถอเวียงปาเป้า สัมผัสแรกคือ ความเงียบของการทำงานเครื่องยนต์สกายแอคทีฟดีเซล เพราะภายในห้องโดยสารแทบไม่ได้ยินเสียงขุมพลังเล็ดรอดเข้ามารบกวนเลย แต่ที่ไม่คาดฝันเป็นการทดสอบเบรกแบบฉับพลัน เพราะระหว่างขับไปตามถนนหลวงสาย 118 สู่อำเภอดอยสะเก็ด โดยเจอรถบัสเบียดทางด้านหน้าแบบกะทันหัน จนสื่อมวลชลที่ขับอยู่ต้องเบรกเต็มแรงจนเอบีเอสทำงาน แต่ก็สามารถหยุดจนนิ่งสนิทได้อย่างมั่นใจ

จากนั้นฝูงมาสด้า CX-5 หลากสีมุ่งหน้าต่อสู่อำเภอเวียงปาเป้า เมื่อมาถึงทางแยกเข้าโครงการฯ ห้วยน้ำริน ก็เจอกับเส้นทางคับแคบและคดเคี้ยว ทำให้ต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ แต่ก็สามารถผ่านโค้งซ้าย-ขวาแคบๆ ได้อย่างคล่องแคล่ว แม้เป็นล้อแม็กขนาด 19 นิ้ว กับยาง 225/55 ก็ตาม

เมื่อถึงโรงเรียนบ้านเมืองน้อย ฝูง CX-5 ทยอยจอดกันเต็มลานดินหน้าเสาธงโรงเรียนฯ ภาพที่ปรากฎเป็นกลุ่มเอสยูวีสไตล์สปอร์ตที่เข้มสวยงามลงตัวทุกมุมมองจริงๆ

จากนั้นคณะสื่อมวลชนและผู้บริหารมาสด้าได้ร่วมพิธีมอบลานอเนกประสงค์ SKYACTIV TECHNOLOGYและอุปกรณ์การศึกษา พร้อมเปลี่ยนคนขับเพื่อเดินทางต่อ โดยทีมงานออปชั่นฯ เป็นผู้ขับ กลับออกไปตั้งต้นใหม่ที่ถนนหลวงสาย 118 มุ่งหน้าสู่ร้าน Caddages & Condoms ระยะทาง 29.9 กม. เพื่อแวะพักรถและรับประทานอาหารกลางวัน เส้นทางช่วงนี้ค่อนข้างสั้น จึงพยายามสร้างความคุ้นเคยกับตัวรถและการขับ

เนื่องจากเป็นครั้งแรกที่ได้ขับ CX-5 เบื้องต้นพบว่ามุมมองจากเบาะคนขับให้ทัศนะวิสัยดีเยี่ยม คันเร่งตอบสนองไม่ไวเกินไป แต่เมื่อเหยียบแล้วกลับให้อัตราเร่งที่ดึงได้ดีเรื่อยๆ คงเป็นเพราะแรงบิดที่กว้างแบบ Flat Torque การขับเข้าโค้งยาว-สั้น ตัวรถสามารถตอบสนองตามทิศทางได้อย่างฉับไว

จากนั้นช่วง 14.00 น. เริ่มทยอยออกเดินทางกันอีกครั้ง โดยปล่อยขับแบบฟรีรันสู่ร้านกาแฟ ดอยช้าง คอฟฟี่เฮ้าส์ อำเภอแม่สรวย เพื่อพักและเปลี่ยนคนขับ เส้นทางช่วงนี้เป็นถนนหลวงค่อนข้างตรงยาว สามารถทำความเร็วได้สูง จึงลองกดแช่ที่ความเร็วระดับ 150 กม./ชม. พบว่าการทรงตัวในช่วงความเร็วระดับนี้ ตัวรถให้ความมั่นใจดี แม้เป็นเอสยูวีทรงสูง แต่รู้สึกคล้ายกับขับรถซาลูนทั่วไป ด้วยแรงบิดที่มาเรื่อยๆ ไม่หวือหวาทำให้ง่ายต่อการควบคุมน้ำหนักคันเร่ง โดยเฉพาะตอนส่งออกจากโค้ง นับเป็นอีกคุณสมบัติที่น่าประทับใจของ CX-5

จากร้านกาแฟฯ มุ่งหน้าสู่จุดหมายปลายทางของทริปโรงแรม เลอ เมอริเดียน จังหวัดเชียงราย ระยะทาง 65 กม. เป็นการวิ่งเข้าเมืองในตอนเย็น ช่วงนี้ทีมงานออปชั่นฯ ได้นั่งที่เบาะผู้โดยสารตอนหน้า ทำให้มีเวลาสังเกตุภายในมากขึ้นจึงพบว่า ห้องโดยสารของมาสด้า CX-5 ใหม่ เปี่ยมด้วยอารมณ์สปอร์ตแฝงกลิ่นอายหรูของรถยุโรป วัสดุภายในบ่งบอกถึงคุณภาพและให้สัมผัสนุ่มสบาย กระจกหน้าบานใหญ่ให้ทัศนวิสัยดีเยี่ยม แผงควบคุมตกแต่งด้วยสีเงินซาตินโครมและวัสดุสีดำวาวเปียโนแบล็คเรียบหรู พร้อมย็นสบายตลอดเวลาด้วยระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ Dual Zone 

ปุ่มควบคุมและอุปกรณ์ต่างๆ ถูกจัดวางในตำแหน่งที่สะดวกต่อการใช้งาน และประทับใจมากกับ ระบบเครื่องเสียงไฮเอนด์จาก BOSE® รอบทิศทาง พร้อมลำโพง 9 ตำแหน่ง นับเป็นชุดเครื่องเสียงติดรถที่ให้เวทีเสียงยอดเยี่ยม ตำแหน่งลำโพงจัดวางได้อย่างเหมาะสม คุณภาพเสียงสูง กลาง และต่ำ เปี่ยมไปเนื้อเสียง

ขบวนคาราวานเดินทางถึงโรงแรม เลอ เมอริเดียน ในเวลาประมาณ 17.00 น. โดยปลอดภัยทุกคัน แม้เป็นช่วงเวลาและระยะทางทดสอบที่ไม่นานมาก เพราะสลับขับ 3 คน แต่สัมผัสแรกกับ CX-5 รุ่นสูงสุดเครื่องยนต์สกายแอคทีฟดีเซล เกิดเป็นความประทับใจทั้งด้านรูปลักษณ์การออกแบบและสมรรถนะโดยรวม ส่วนอัตราสิ้นเปลืองจากหน้าจอแสดงไว้ 8.1 ลิตร/กม. หรือประมาณ 12.34 กม./ลิตร นับว่าเหมาะสมกับเส้นทางขึ้น-ลงเขาและการทำความเร็วหลายระดับต่อเนื่อง เมื่อพิจารณาราคา 1,670,000 บาท แลกเอสยูวีทรงสปอร์ต เทคโนโลยีสกายแอคทีฟเต็มคัน พร้อมเครื่องยนต์ดีเซลสะอาด ณ เวลานี้ นับว่าหาคู่ปรับสมน้ำสมเนื้อยากจริงๆ

 

UPDATE